การประชุมคณะทำงานด้านพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และ Visitor Economy ครั้งที่ 6/2569

   เมื่อ : 17 ก.ย. 2569

          16 กันยายน 2569 นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี (นางศุภจี สุธรรมพันธ์) เป็นประธานการประชุม คณะทำงานด้านพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และ Visitor Economy ครั้งที่ 6/2569 ณ ห้องประชุม อพท.1 ชั้น 4 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร C

          จากการประชุม Visitor Economy ครั้งที่ 6: จาก “ข้อมูลที่มี” สู่ “ระบบที่ใช้ได้จริง” หลังการประชุมคณะทำงาน Visitor Economy ต่อเนื่องถึงครั้งที่ 6 ผมเห็นจุดเปลี่ยนสำคัญว่า เรากำลังเคลื่อนจาก การสร้างความเข้าใจเรื่อง Visitor Economy ไปสู่การเชื่อมข้อมูล ความรู้ และการทำงานของแต่ละหน่วยงานให้เกิดผลจริง

          การประชุมครั้งนี้มีสารตั้งต้นสำคัญหลายเรื่องที่เมื่อนำมาขมวดเข้าด้วยกัน เริ่มเห็นภาพของ Visitor Economy Intelligence Ecosystem ชัดขึ้นมาก หลังอพท. นำเสนอประสบการณ์พัฒนาชุมชนและพื้นที่พิเศษ เช่น เกาะช้าง เกาะกูด และบ้านชากแง้ว ซึ่งสะท้อนว่าประเทศไทยมี Area & Supply Knowledge อยู่จำนวนมาก 

          ขณะที่งานวิจัย Data Mobility ของอาจารย์อั๋น จากจุฬาฯ แสดงให้เห็นว่า Mobile Data สามารถช่วยทำความเข้าใจการเคลื่อนที่ พฤติกรรม และ Customer/Visitor Insights ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เห็นเป็นรูปธรรมว่า Data สามารถเปลี่ยนเป็น Intelligence เพื่อการตัดสินใจได้อย่างไร

          จาก Data Mobility สู่ Intelligence Platform

          Data Mobility สามารถเป็น Strategic Entry Point ของ Visitor Economy Intelligence Platform และควรเสริมด้วย EDI / Data Exchange Architecture เพื่อให้ข้อมูลจาก TAT อพท. จังหวัด ภาคธุรกิจ งานวิจัย และแหล่งข้อมูลภายนอก สามารถแลกเปลี่ยนกันภายใต้มาตรฐานเดียวกัน

          โจทย์จึงไม่ใช่การสร้างฐานข้อมูลใหม่อีกหนึ่งฐาน แต่คือ Data → Exchange → Intelligence → Decision → Action

          เป้าหมายของ Intelligence ตามกรอบคณะทำงานจะครอบคลุมการเชื่อม Visitor, Spending, Movement, Experience 

          อีกข้อเสนอของ ททท. ที่มีความสำคัญมาก คือ รัฐบาลควรมีหน่วยงานตัวแทนรวบรวมความต้องการใช้ Data ของหน่วยงานรัฐ แล้ว เจรจาซื้อ Commercial Data จากภาคเอกชน เช่น Mobile Data ในลักษณะ National Data Package

          แทนที่จะปล่อยให้ TAT อพท. จังหวัด มหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานอื่นต่างคนต่างซื้อข้อมูลประเภทเดียวกัน รัฐสามารถใช้ขนาดของความต้องการรวมเพื่อเจรจา ราคา มาตรฐานข้อมูล เงื่อนไขการใช้งาน และสิทธิการเข้าถึงร่วมกัน

          หลักคิดจากการประชุมจึงอาจสรุปได้ว่า

          Buy Once • Standardize Once • Use Many

          ประโยชน์จึงไม่ใช่เพียง ประหยัดงบประมาณและลดการซื้อข้อมูลซ้ำซ้อน แต่ยังทำให้หน่วยงานต่างๆ ใช้ข้อมูลบนมาตรฐานเดียวกัน สามารถเชื่อมข้อมูล วิเคราะห์ร่วมกัน และสร้าง Shared Intelligence ของประเทศได้

อีกด้านหนึ่ง ประเทศไทยมีงานวิจัยจำนวนมาก แต่โจทย์คือทำอย่างไรให้ความรู้นั้นถูกนำไปใช้จริง ไทยจึงควรนำแนวคิด Knowledge Operations System (KOS) ไปหารือกับแผน SAT ของ สกสว. เพื่อให้งานวิจัย ข้อมูล และบทเรียนจากพื้นที่ถูกนำกลับมาใช้ในการตัดสินใจอย่างต่อเนื่อง

          ภาพใหญ่ที่เริ่มชัดหลังการประชุมครั้งที่ 6 เมื่อนำทั้งหมดมาประกอบกัน เราเริ่มเห็นโครงสร้างง่ายๆ คือ

National Data Package

EDI / Data Exchange

Visitor Economy Intelligence Platform

KOS — Knowledge Operations System

Policy • Market • Business • Destination Decisions

Action & Learning

          จากนี้การนำเสนอ TAT Intelligence Unit ที่มีอยู่จะเป็นอีกจุดสำคัญ เพื่อดูว่าอะไรสามารถต่อยอดและเชื่อมกับระบบ โดยไม่จำเป็นต้องสร้างทุกอย่างขึ้นใหม่

          หลังการประชุม 6 ครั้ง คณะทำงานกำลังเดินจาก Concept Alignment → System Formation → Action

          และตัวชี้วัดที่สำคัญต่อจากนี้อาจไม่ใช่เพียงว่า “คณะทำงานเสนออะไร” แต่คือ “ข้อเสนอของคณะทำงานทำให้หน่วยงานเริ่มเปลี่ยนวิธีใช้ข้อมูล เชื่อมความรู้ และทำงานร่วมกันอย่างไร”

          เมื่อถึงจุดนั้น Visitor Economy จะเริ่มเปลี่ยนจาก แนวคิด ไปสู่ ระบบการทำงานร่วมกันของประเทศ อย่างแท้จริง