ปิดด่าน 100% ไม่รอด! นย.จันทบุรีรวบ 50 กัมพูชาลอบข้ามช่องทางธรรมชาติ กลับเขมร หลังขาดการจ้างงาน-วีซ่าหมดอายุ

   เมื่อ : 18 มิ.ย. 2569

          18 มิถุนายน 2569 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ยังคงดำเนินมาตรการควบคุมพื้นที่ชายแดนและปิดจุดผ่านแดนตามมาตรการด้านความมั่นคงอย่างเข้มงวดตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้สามารถตรวจพบและสกัดกั้นการลักลอบเดินทางข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติได้อย่างต่อเนื่อง

          โดยวันนี้ (18 มิ.ย.) เวลาประมาณ 04.00 น. หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลจำนวน 50 คน เดินเท้าพร้อมสัมภาระลัดเลาะผ่านภูมิประเทศบริเวณพื้นที่บ้านป่าข่อย ตำบลหนองตาคง อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบและควบคุมตัวไว้ได้ทั้งหมด ก่อนประสานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี และสถานีตำรวจภูธรบ้านแปลง เข้าดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

          กลุ่มบุคคลดังกล่าวประกอบด้วยชาย 27 คน หญิง 17 คน และเด็ก 6 คน โดยในจำนวนนี้มีชาย 10 คนทำหน้าที่รับจ้างแบกสัมภาระและนำทางผ่านพื้นที่ชายแดน จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ถูกควบคุมตัวให้การว่า เดินทางมาจากพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดสมุทรปราการ สมุทรสาคร และชลบุรี โดยมีความประสงค์เดินทางกลับประเทศกัมพูชา เนื่องจากส่วนใหญ่ประสบปัญหาวีซ่าหมดอายุและขาดการจ้างงาน

          ทั้งนี้ มีการว่าจ้างเครือข่ายลักลอบนำพาข้ามแดนในอัตราคนละ 3,000-3,500 บาท ก่อนถูกลำเลียงด้วยรถตู้มาส่งในพื้นที่ใกล้ชายแดน และเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติ แต่ไม่สามารถรอดพ้นการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ได้ ส่วนผู้รับจ้างแบกสัมภาระชาวกัมพูชาให้การว่า ได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 300-400 บาท โดยอ้างว่าได้รับการติดต่อว่าจ้างจากบุคคลชาวกัมพูชารายหนึ่ง เนื่องจากการปิดด่านทำให้ขาดรายได้จากการค้าขายและการสัญจรตามแนวชายแดน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจัดทำบันทึกการจับกุมและบันทึกการควบคุมตัวตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำตัวผู้ถูกจับกุมทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแปลง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          โฆษกกองทัพเรือ กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เห็นถึงประสิทธิผลของมาตรการควบคุมชายแดนและการปิดจุดผ่านแดนอย่างเข้มงวด ซึ่งช่วยสกัดกั้นการลักลอบเคลื่อนย้ายบุคคลผ่านช่องทางธรรมชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยกองทัพเรือจะยังคงบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับทุกภาคส่วนในการเฝ้าระวัง ควบคุม และป้องกันการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศ ความปลอดภัยของประชาชน และความเป็นระเบียบเรียบร้อยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

Cr. NewDelight

#โอเคอีสานOnline #ข้อมูลข่าวสารเพื่อบ้านเรา

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ