รายงานพิเศษ : ตามไปดู…วิถีชุมชนชาวเวียดนาม สายอิสาน

   เมื่อ : 27 พ.ค. 2569

           ชุมชนชาวเวียดนามในอำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี เป็นส่วนหนึ่งของความหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรมของลุ่มน้ำมูล ซึ่งมีทั้งไทยลาว จีน และเวียดนามอาศัยร่วมกันมายาวนาน 

           ชาวเวียดนามจำนวนหนึ่งอพยพเข้ามาในภาคอีสาน รวมถึงพื้นที่อุบลราชธานี ตั้งแต่ช่วงปลายสมัยรัชกาลที่ 5 ต่อเนื่องถึงช่วงสงครามอินโดจีนและสงครามเวียดนาม โดยเข้ามาค้าขาย ทำอาชีพช่างฝีมือ และตั้งถิ่นฐานตามเมืองการค้าริมแม่น้ำมูล เช่น อำเภอพิบูลมังสาหาร ซึ่งเป็นเมืองสำคัญทางการค้าและการคมนาคมของภาคตะวันออกเฉียงใต้ในอดีต 

           ลักษณะเด่นของชุมชนชาวเวียดนามในพิบูลมังสาหาร ได้แก่

* มีการผสมผสานวัฒนธรรมไทย-เวียดนามอย่างกลมกลืน

* นิยมประกอบอาชีพค้าขาย ร้านอาหาร งานช่าง และธุรกิจครอบครัว

* มีอาหารและขนมแบบเวียดนามที่ได้รับอิทธิพลมาถึงปัจจุบัน เช่น แหนมเนือง ปากหม้อ ข้าวเกรียบญวน

* หลายครอบครัวใช้ภาษาไทยอีสานเป็นหลัก แต่ยังคงรักษานามสกุลและประเพณีบางส่วนของเวียดนามไว้

           บทความด้านวัฒนธรรมของ “เมืองพิมูน” หรือพิบูลมังสาหาร ยังกล่าวถึงอิทธิพลของชาวจีนและชาวเวียดนามที่มีต่ออาหารพื้นถิ่นและวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ด้วย 

           ปัจจุบัน ชาวไทยเชื้อสายเวียดนามในพิบูลมังสาหารส่วนใหญ่กลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของสังคมท้องถิ่นแล้ว แต่ยังคงเห็นร่องรอยทางวัฒนธรรมผ่านอาหาร วิถีการค้า และเครือญาติในชุมชนต่างๆ ของอำเภอครับ

          @ ชาวเวียดนาม เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทยนับตั้งแต่ปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาเรื่อยมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่คือ จดหมายเหตุ ของ เมอร์ซิเออร์ ซิมง เดอ ลา ลูแบร์ (Simon de La Loubere) ราชทูตฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ได้บันทึกถึง ”ชาวโคชินไชน่า” (ชื่อที่ฝรั่งเศสใช้เรียกชาวเวียดนาม) ที่ได้อาศัยอยู่ร่วมกันกับคนลาวและกัมพูชาในบริเวณเกาะเมืองอยุธยาจึงเรียกบริเวณนั้นว่า ”ชุมชนอินโดจีน” จนกระทั่งถึงแผ่นดินรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 มีชาวเวียดนามอพยพเข้ามาอีกหลายกลุ่ม ซึ่งส่วนใหญ่ลี้ภัยการเมืองและศาสนา มาอาศัยอยู่ในที่ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ จันทบุรี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เกิดขบวนการกู้ชาติจากฝรั่งเศสและอเมริกา จึงทำให้มีการอพยพครั้งใหญ่ของชาวเวียดนามอีกครั้ง โดยเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ทางภาคอีสานของไทย เช่น มุกดาหาร หนองคาย นครพนม ต่อมาการอพยพครั้งสุดท้ายเกิดในสมัยรัชกาลที่ 7 เมื่อโฮจิมินห์เริ่มเข้ามาก่อตั้งกองกำลังเพื่อกลับไปกู้ชาติจนสามารถเอาชนะฝรั่งเศสและประกาศเอกราชเมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง รวมถึงการทำสงครามกับสหรัฐอเมริกาทำให้ชาวเวียดนามอพยพข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาอยู่แถวภาคอีสานของไทยจำนวนมาก

           สำหรับชาวเวียดนามในกรุงเทพฯ นั้น มีการจัดสรรที่อยู่ตามศาสนาที่นับถือ ถ้านับถือศาสนาพุทธจะอยู่แถวพาหุรัดและบางโพ และคนที่นับถือศาสนาคริสต์อยู่ที่สามเสน ซึ่งก็คือ ”บ้านญวนสามเสน” ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ ซึ่งมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในชุมชนก็คือ ”วัดนักบุญแซงต์ฟรังซัวซาเวียร์” โดยเมื่อแรกเริ่มสร้างโบสถ์ทำด้วยไม้ไผ่เป็นการชั่วคราว ภายหลังด้วยแรงศรัทธาของชาวบ้านจึงได้มีการสร้างวัดขึ้นมาใหม่อย่างสวยงาม แม้ปัจจุบันคนเวียดนามในบริเวณนี้ ได้ผสมกลมกลืนกับคนไทยเกือบหมดแล้ว แต่อาหารพื้นบ้านเวียดนาม ยังคงเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่บ่งบอกถึงรากเหง้าที่มาของบรรพบุรุษได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันในแต่ละจังหวัดที่มีชุมชนชาวเวียดนามได้มีการรวมกลุ่มกันตั้งเป็นสมาคมส่งเสริมมิตรภาพไทย-เวียดนาม

           นอกจากนี้ ในทุกๆ ปี คนไทยเชื้อสายเวียดนามในประเทศไทยจะรวมตัวกันเพื่อร่วมฉลองเทศกาล ”เต็ด” (Tet) หรือ ”ตรุษญวน” ซึ่งก็คือวันขึ้นปีใหม่ของคนเวียดนาม ”เต๊ด” หรือที่ชาวเวียดนามเรียกว่า ”เต๊ด เหวียน ด่าน” (Tet Nguyen Dan) เป็นเทศกาลอรุณแรกแห่งปีที่ถือตามปฏิทินทางจันทรคติ เนื่องจากอิทธิพลของลัทธิขงจื๊อทำให้เวียดนามใช้การนับวันเดือนปีตามจันทรคติเหมือนจีน เพราะฉะนั้นวันตรุษญวนจะตรงกับวันตรุษจีน ซึ่งมักจะตรงกับช่วงปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ คนเวียดนามที่อาศัยทั้งในและนอกประเทศเวียดนามจะจัดวันตรุษตรงกัน ซึ่งคนที่มาร่วมงานต่างใส่ชุดประจำชาติ ”ฮ๋าวหย่าย” หรือไม่ก็สวมเสื้อยืดลายธงชาติเวียดนาม นอกจากนี้ ยังถือเป็นโอกาสสำคัญที่สมาชิกครอบครัวจะได้มาอยู่พร้อมหน้ากันเพื่อไหว้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ

          @ ชาวเวียดนามอพยพเข้าสู่ประเทศไทยจากหลายเหตุการณ์ พอสรุป ดังนี้

          1. สมัยกรุงศรีอยุธยา – รัตนโกสินทร์ตอนต้น ชาวเวียดนามเริ่มเข้ามาตั้งถิ่นฐานในไทยตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยเข้ามาค้าขายและลี้ภัยทางการเมือง ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ มีการอพยพเพิ่มขึ้นจากปัญหาการเมืองและศาสนาในเวียดนาม 

          2. สงครามไทย–ญวน ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีชาวเวียดนามบางส่วนถูกกวาดต้อนเข้ามาเป็นเชลยสงคราม และตั้งถิ่นฐานในหลายพื้นที่ของไทย โดยเฉพาะภาคกลางและภาคอีสาน 

          3. การลี้ภัยจากการปกครองของฝรั่งเศสในอินโดจีน หลังฝรั่งเศสกลับเข้ามาปกครองอินโดจีน ชาวเวียดนามจำนวนมากหนีการปราบปรามข้ามฝั่งลาวเข้ามาไทย โดยเฉพาะเหตุการณ์ “วันท่าแขกแตก” วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2489 ซึ่งมีผู้อพยพจำนวนมากเข้าสู่จังหวัดนครพนม หนองคาย และมุกดาหาร 

          4. ช่วงสงครามเวียดนาม และสงครามอินโดจีน ความขัดแย้งระหว่างเวียดนามเหนือ–ใต้ และสงครามกับสหรัฐอเมริกา ทำให้ชาวเวียดนามอพยพหนีภัยสงครามเข้าสู่ประเทศไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

          5. การตั้งชุมชนชาวไทยเชื้อสายเวียดนามในประเทศไทย เมื่อเวลาผ่านไป ชาวเวียดนามจำนวนมากได้ตั้งรกรากถาวร กลมกลืนกับสังคมไทย และเกิดเป็นชุมชนไทยเชื้อสายเวียดนามในจังหวัดต่างๆ เช่น นครพนม หนองคาย สกลนคร อุดรธานี มุกดาหาร รวมทั้งอุบลราชธานี อำนาจเจริญ พิบูลมังสาหาร

           ที่สำคัญ คือ การอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรม และความเป็นชาวเวียดนาม ยังมีความยั่งยืน เช่น ด้านภาษา ศิลปกรรม สถาปัตยกรรม คหกรรม การแต่งกาย เสื้อผ้า อาหารและผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม ประกอบอาชีพด้วยวิถีชีวิตชาวเวียดนาม สร้างงานสร้างรายได้ มีความเจริญและความมั่นคงในชีวิตที่ดีขึ้น และเป็นคนไทยเชื้อสายเวียดนามที่มีคุณภาพกระจายอยู่ทุกภาคส่วนในประเทศไทย

       ……..

  • ปัญญา แพงเหล่า/รายงาน

       25 พฤษภาคม 2569

       #โอเคอีสานOnline #ข้อมูลข่าวสารเพื่อบ้านเรา

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ