ใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์ ตอนที่3: วัดสุปัฏนารามวรวิหาร-พิธีถวายพระพรบายศรีสู่พระขวัญ
@ วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2498 ได้เสด็จฯ ออกจากค่าย กองพลที่ 6 ไปยังลานอนุสาวรีย์ในค่ายทหารเพื่อทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์ทหารเสียชีวิตในสงคราม ต่อจากนั้นได้เสด็จฯ ไปยังวัดสุปัฏนาราม วรวิหาร ประทับในพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนสักการะพระพุทธปฏิมา เสด็จฯ ออกประทับหน้าพระอุโบสถ เพื่อให้พสกนิกรเมืองอุบลราชธานีได้จัดพิธีบายศรีสู่ขวัญตามประเพณีเดิมในพื้นบ้านเมืองอุบลราชธานี โดยมีการจัดทำพานบายศรีเก้าชั้นที่งดงามประณีตทูลเกล้าฯ ถวายพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการประกอบพิธีบายศรีของเมือง อุบลราชธานี มีพระศาสนดิลก พระเมธีรัตโนบล เป็นกรรมการฝ่ายสงฆ์ และผู้เฒ่าผู้แก่ในเมืองอุบลราชธานี มาร่วมพิธีจำนวนมาก
นายโพธิ์ ส่งศรี พราหมณ์ในพิธีผู้ทำหน้าที่อ่านคำขอพระบรมราชวโรกาสประกอบพิธีบายศรีดังนี้
“ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า นายโพธิ์ ส่งศรี ในนามของชาวอุบลราชธานี มีความยินสะออนเป็นอันยิ่ง ในการที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททั้งสองพระองค์ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงบำรุงสุขและบรรเทาทุกข์แก่ชาวอีสาน นับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ และศุภวาระดิถีมหามงคลอันประเสริฐ ข้าพระพุทธเจ้าจึงขอรับพระราชทานพระบรมราชวโรกาสประกอบพิธีบายศรี ทูลเกล้าฯ ถวายพระพรชัยแด่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททั้งสองพระองค์ ตามประเพณีของชาวอุบลราชธานี หากเป็นการไม่ถูกต้องตามพระราชอัธยาศัยด้วยประการใด ขอพระเมตตาคุณ พระกรุณาคุณ พระขันติคุณ ได้โปรดพระราชทานอภัยแก่ฝูงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายด้วย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ“
คำชุมนุมเทวดา
“อยนตุ โภนฺโต เทวสงฆา ดูราเทพดาเจ้าทั้งหลายตนทรงฤทธิ์ อันสถิตอยู่ในสวรรค์ชั้นกามภพ รูปภพ จบขอบจักรวาล และเทวดาอันเนาว์ในสถานต่างๆ ทั่วหว่างน้ำไพรพะนอม ทั่วจอมดอยและเขาขาด ทั่วอากาศหมู่เกาะดอน ทั่วสาครแถวท่า ทั่วป่าไม้และทุ่งนาหลวง ตูข้าขออัญเชิญเทพทั้งปวงมวลหมู่ถ้วนหญ้า คู่อินทร์พรหม กับทั้งพระยายมตนองอาจ ทั้งท้าวราชจตุโลกปาลา ทั้งยักขาคนธรรพ์และครุฑนาคทั่วภาคอ ภูมิผา ขอจงเสด็จมาสะภู่ ขออัญเชิญเข้ามาสู่ช่วงพิธีบายศรีอันนี้ เทียวเทอญ
เทวเต ดูราเทพดาเจ้าทั้งหลายถ้วนทุกหมู่ ในเมื่อเข้าสู่ช่วงพิธีบายศรีอันนี้แล้ว ขอจงมีใจผ่องแผ้ว โสมะนัสสา ขอจงได้กรุณาผายแผ่ ถวายพระพรแด่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททั้งสองพระองค์ ให้ทรงพระชนม์วัสสาจำเริญอยู่ ปกป้องหมู่ชาวไทยยืนยาวไปอย่าได้เศร้า ตราบต่อเท่าอายุขัยก่อข้าเทอญ”
คำทูลเกล้าฯ ถวายพระพรชัย (ว่านโมสามจบ)
“ศรีศรีสิทธิพระพร บวรอดิเรก อเนกเดโช ชัยยะมังคละ มหาศิริมังคเลศร์ มื่อนี้มื่อวิเศษแท้ดีหลี ได้ดิถี สุภะฤกษ์ ลึกหน่วยชื่อว่ามหามงคล บัดนี้ฝูงข้าพระพุทธเจ้าชาวอุบลฯ ชมชื่น ยกนิ้วยื่นมือวอน เหตุว่าพระภูธรทั้งคู่ เสด็จมาโปรดหมู่ไทยอีสาน ฝูงข้าพระพุทธเจ้ามีใจบานชื่นซ้อย ทั้งใหญ่น้อยยินสะออน จึงพร้อมกันมาทูนหัวถวายพระพรชัย แต่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบรมนาถทั้งสองพระองค์ อันทรงพระกรุณาเหลือหลาย ฝูงข้าพระพุทธเจ้า หากขอวอนเถิงพระกรุณานุสรณ์สามสิ่ง คือพระรัตนตรัยแก้วกิ่งดวงดี กับทั้งคุณประเสริฐศรีทุกแห่ง จบแหล่งหล้าสรวงสวรรค์ จงบันดาลให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททั้งสองพระองค์ ทรงพระจำเริญด้วยจตุรพิธพรสี่ประการ คือ พระชนมพรรษายืนนานซ้อยโซด สีพระวรกายโสดสุกใส จำเริญพระบรม หลากสุขวัยแวนมาก พละหลากไหลมา ฝูงพาลายันขยาด บ่อาจจักหมิ่นพระบรมเดชานุภาพได้แท้ดีหลี ขอให้ทั้งสองพระองค์ทรงพระจำเริญศรีสถาพร เนาว์ในพระมหานครยืนยิ่ง พร้อมด้วยพระลูกแก้วกิ่งผู้บุญเฮือง ทั้งชาวเมืองฮ่วมเฮา ตราบต่อเท่าหมู่บาซี อันที่มีอยู่ในเขตเหมือนดั่งพระสุริเยศร์ย้ายส่องโลกา สัพพะโรคาหายเสีย เลี้ยงหมดเกลี้ยง แล้วทรงพระจำเริญอยู่สวัสดีก่อข้าเทอญ
ชยตุ ภว์ ชยมงคล ขอจงเป็นชัยมงคล อิฏฐะวิบูลผลอันแวนยิ่ง คือสิ่งข้าพระพุทธเจ้าก้มเกล้าถวายพระพรมานี้ ก่อข้าเทอญ สพพพุทธานุภาเวน สพพธมฺมานุภาเวน สพฺพสงฆานุภาเวน สทา โสตถี ภวนฺตุ เตฯ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ”
…..
ข้อมูล/ภาพ : หอจดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติฯอุบลราชธานี
#พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอุบลราชธานี
#ใต้ร่มพระบารมี 60 ปี เสด็จฯอุบลราชธานี 2498
#ประมวลภาพเหตุการณ์ 200 ปี อุบลราชธานี 2535
#โอเคอีสานOnline #ข้อมูลข่าวสารเพื่อบ้านเรา