เตือนภัย! เปิดรับบริจาคผิดวิธี เสี่ยงติดคุกไม่รู้ตัว! รัฐบาลเดินหน้าจัดระเบียบมูลนิธิทั่วประเทศ หากพบฉ้อโกงหรือฟอกเงิน ดำเนินคดีเด็ดขาด โทษจำคุกสูงสุด 20 ปี
รัฐบาลเตือนประชาชนและผู้เปิดรับบริจาคให้ระมัดระวังการเรี่ยไรเงินโดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะการเปิดรับบริจาคผ่านบัญชีส่วนตัวหรือมูลนิธิ แล้วนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เพราะอาจเข้าข่ายความผิดทางกฎหมาย ทั้งการเรี่ยไรโดยไม่ได้รับอนุญาต การฉ้อโกงประชาชน และการฟอกเงิน
รู้ทัน 3 ความเสี่ยง เปิดรับบริจาคต้องระวัง!
1. เรี่ยไรโดยไม่ได้รับอนุญาต : การจัดให้มีการเรี่ยไรโดยไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487 อาจมีความผิดและได้รับโทษตามกฎหมาย
2. ฉ้อโกงประชาชน : หลอกลวงให้ประชาชนร่วมบริจาค หรือแสดงข้อความอันเป็นเท็จ รวมถึงนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และ 343 มีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี และปรับสูงสุด 100,000 บาท ตามฐานความผิด
3. ฟอกเงิน : หากพบการกระทำที่เข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน จะถูกตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ไขข้อเท็จจริง! ข่าวแชร์โทษจำคุก 9 ล้านปี ไม่เป็นความจริง
การพิจารณาจำนวนกระทงความผิดไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งของการบริจาคเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาเจตนา ลักษณะการหลอกลวง วันเวลา และพฤติการณ์แห่งคดี โดยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 กำหนดหลักเกณฑ์การรวมโทษจำคุก ซึ่งในกรณีที่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 91 (2) โทษจำคุกรวมสูงสุดไม่เกิน 20 ปี
รัฐบาลเดินหน้าจัดระเบียบมูลนิธิทั่วประเทศ
ตรวจสอบการจดทะเบียน การดำเนินกิจการ และวิธีการรับบริจาค ป้องกันการใช้มูลนิธิเป็นฉากบังหน้าแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว ย้ำการบริหารเงินบริจาคต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และตรงตามวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไว้
ก่อนบริจาค อย่าลืม!
- ตรวจสอบชื่อและสถานะขององค์กรหรือมูลนิธิ
- ตรวจสอบวัตถุประสงค์และโครงการที่เปิดรับบริจาค
- ตรวจสอบบัญชีปลายทางและหลักฐานการรับเงิน
- เก็บหลักฐานการโอนเงินทุกครั้ง
- ระมัดระวังการขอรับบริจาคที่เร่งรัด กดดัน หรือไม่มีข้อมูลตรวจสอบได้
การบริจาคที่ดี ต้องช่วยเหลือผู้รับได้จริง และโปร่งใสตรวจสอบได้
ช่วยกันแชร์! เพื่อให้ผู้บริจาคและผู้เปิดรับบริจาครู้เท่าทันกฎหมาย ป้องกันการทุจริต และไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ
Cr.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
#โอเคอีสานOnline #ข้อมูลข่าวสารเพื่อบ้านเรา