“New Route – New Airline” ลดค่าธรรมเนียมสนามบิน 50% จูงใจเปิดเส้นทางบินใหม่สู่ภูมิภาค เพิ่มทางเลือกเดินทาง–กระตุ้นท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน
13 สิงหาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าเพิ่มทางเลือกการเดินทางทางอากาศให้ประชาชน และขยายการเชื่อมโยงเมืองหลักกับภูมิภาค โดยกระทรวงคมนาคมและกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ออกมาตรการส่งเสริมพัฒนาเส้นทางบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ “New Route – New Airline” ลดค่าบริการขึ้นลงและค่าบริการที่เก็บอากาศยาน 50% เพื่อสร้างแรงจูงใจให้สายการบินเปิดเส้นทางและให้บริการในท่าอากาศยานภูมิภาคมากขึ้น โดยมาตรการมีผลตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2569 – 9 สิงหาคม 2570
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ผลักดันมาตรการดังกล่าวภายใต้นโยบาย “Airport for Regional Development” เพื่อใช้ท่าอากาศยานเป็นกลไกสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาค เพิ่มการแข่งขันของสายการบิน และทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น ทั้งในด้านเส้นทาง ราคา และคุณภาพการให้บริการ
สำหรับสิทธิประโยชน์ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ เส้นทางบินใหม่ (New Route) ลดค่าบริการขึ้นลงและค่าบริการที่เก็บอากาศยาน 50% เป็นเวลา 1 ปี สำหรับเส้นทางที่ไม่เคยให้บริการมาก่อน หรือเคยให้บริการแต่หยุดบินมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และสายการบินใหม่ (New Airline) ลดค่าบริการดังกล่าว 50% เป็นเวลา 6 เดือน สำหรับสายการบินที่ไม่เคยให้บริการ ณ ท่าอากาศยานนั้น หรือเคยให้บริการแต่หยุดบินมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี ครอบคลุมทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ ณ ท่าอากาศยานในสังกัดกรมท่าอากาศยาน
รองโฆษกฯ กล่าวว่า มาตรการส่งเสริมเส้นทางบินที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากสายการบินอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มีการขอใช้สิทธิเส้นทางบินใหม่ (New Route) จำนวน 6 เส้นทาง ได้แก่ อุดรธานี–อู่ตะเภา บุรีรัมย์–กรุงเทพฯ นราธิวาส–กรุงเทพฯ นครศรีธรรมราช–กรุงเทพฯ เบตง–หาดใหญ่ และสุราษฎร์ธานี–หาดใหญ่ รวมถึงมีสายการบินใหม่ (New Airline) ขอใช้สิทธิในเส้นทางนครศรีธรรมราช–กรุงเทพฯ และนครพนม–ดอนเมือง สะท้อนว่ามาตรการดังกล่าวสามารถสร้างแรงจูงใจในการขยายเครือข่ายการบินสู่ภูมิภาคได้
“เป้าหมายของมาตรการนี้ไม่ได้อยู่เพียงการลดต้นทุนให้สายการบิน แต่ต้องการให้ประโยชน์กลับมาถึงประชาชน เมื่อมีสายการบินและเส้นทางเพิ่มขึ้น จะช่วยเพิ่มทางเลือก ลดการผูกขาดในเส้นทางที่มีผู้ให้บริการเพียงรายเดียว และสร้างการแข่งขันทั้งด้านราคาและคุณภาพบริการ ขณะเดียวกัน การเชื่อมต่อเมืองต่างๆ ที่สะดวกขึ้นจะช่วยกระตุ้นการเดินทาง การท่องเที่ยว การค้าและการลงทุน กระจายรายได้ลงสู่พื้นที่และชุมชน” รองโฆษกฯ กล่าว
ทั้งนี้ สายการบินที่สนใจสามารถแจ้งความจำนงมายังกรมท่าอากาศยานเพื่อพิจารณาอนุมัติ โดยรัฐบาลคาดหวังว่าการต่อยอดมาตรการในปี 2569 จะช่วยดึงดูดสายการบินทั้งในและต่างประเทศให้เปิดเส้นทางเข้าสู่ท่าอากาศยานภูมิภาคมากขึ้น สอดคล้องกับแนวทาง “Airport for Regional Development” ที่มุ่งใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านการบินเชื่อมโอกาสทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไปยังภูมิภาค ให้ประชาชนเดินทางสะดวก รวดเร็ว มีทางเลือกมากขึ้น และสร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน.
#โอเคอีสานOnline #ข้อมูลข่าวสารเพื่อบ้านเรา