รายงานพิเศษ : ข้าราชการบำนาญ 4 จังหวัด พบธนาคารออมสิน ขอลดดอกเบี้ยเงินกู้ ชพค.
สืบเนื่องจาก สมาชิกชพค. และข้าราชการบำนาญ ได้กู้เงินธนาคารออมสินตามโครงการ ชพค. ซึ่งมีวงเงินกู้ 1.2 ล้าน 2 ล้าน และกว่า 2 ล้านบาท นั้น ในการผ่อนชำระระยาว เริ่มมีปัญหาการชำระหนี้ทั่วประเทศ
กรณีตัวอย่าง วงเงินกู้ 1.2 ล้าน ต้องชำระดอกเบี้ย 1.5 ล้าน รวมส่งทั้งต้นและดอกเบี้ย รวม 2.7 ล้านบาท ซึ่งอัตราดอกเบี้ยสูงมากจนส่งผลกระทบต่อสมาชิก ดังนั้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าว สมาชิก ชพค. จึงรวมตัวกันยื่นคำร้องขอลดอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารออมสิน ให้เหลือร้อยละ2% ต่อปี
วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 14:00 น ณ ห้องประชุมชั้น5 ธนาคารออมสินภาค 12 อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี คณะกรรมการ สมาพันธ์ข้าราชการบำนาญ จาก 4 จังหวัด คือ อุบลราชธานี/ยโสธร/อำนาจเจริญ/ศรีสะเกษ นำโดย ดร.ผัน ชมภูศรี ประธานอนุกรรมการ สมาพันธ์ข้าราชการบำนาญ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายอนุชา กัลยา รองประธานสมาพันธ์ข้าราชการบำนาญฯ มีสมาชิกจาก 4 จังหวัด จำนวน 160 คน พร้อมด้วย ดร.เทียนไท คำล้าน ผอ.สกสค. จังหวัดอุบลราชธานี เข้าร่วมประชุมกับผู้แทนธนาคารออมสิน ประกอบด้วย คุณผ่องพรรณ สาลี ผู้อำนวยการภาค ธนาคารออมสินภาค 12 และ นายธนัช พรหมเอาะ ผู้อำนวยการเขต เขตควบคุมและบริหารหนี้ภาค 12 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง อำนวยความสะดวกในการจัดประชุม
คุณผ่องพรรณ สาลี ผู้อำนวยการภาค ธนาคารออมสินภาค 12 กล่าวต้อนรับ พร้อมรับมอบเอกสาร และคำร้องจากสมาชิกกว่า 700 ราย และมีความพร้อมที่จะเป็นหน่วยงานประสานกับธนาคารออมสินในส่วนกลาง ในเบื้องต้นได้รับทราบปัญหาและความเดือดร้อนของสมาชิก ชพค. และจะเป็นสื่อกลางในการดำเนินการอย่างเป็นระบบ และต้องรับฟังนโยบายและทิศทางจากผู้บริหารส่วนกลางอีกทางหนึ่ง
ทางด้าน นายธนัช พรหมเอาะ ผู้อำนวยการเขต เขตควบคุมและบริหารหนี้ภาค 12 กล่าวเพิ่มเติม ว่า จากข้อมูลและการประชุมครั้งนี้ นับเป็นกรณีแรกที่ธนาคารออมสินภาค 13 และเขตที่รับผิดชอบในพื้นที่ 6 จังหวัด และมีสมาชิก 4 จังหวัดประสบปัญหาการส่งใช้หนี้เงินกู้โครงการ ชพค. และมีความเดือดร้อนกับภาระดอกเบี้ยที่สูงและปัญหาการใช้หนี้อีกหลายประการ
สำหรับสาระสำคัญ คือ สมาชิก ชพค. และเป็นข้าราชการบำนาญ ได้รับผลกระทบเรื่องอัตราดอกเบี้ยแพงมาก จึงพร้อมใจกันมายื่นคำร้องและเอกสาร เพื่อลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้โครงการ ชพค. ให้เหลือ ร้อยละ-% ต่อปี ในวงเงินที่เหลือในสัญญา เพื่อเยียวยาสมาชิกให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ มีกำลังส่งใช้หนี้ตลอดสัญญา โดยธนาคารออมสิน ภาค 12 จะรวบรวมเอกสารและรายละเอียดของสมาชิก ชพค. ซึ่งมีความเดือดร้อนแตกต่างกัน การเยียวยาก็เปรียบเสมือนการรักษาโรค ต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป ขึ้นอยู่กับอารเจ็บป่วย ถ้าไม่หนักก็บรรเทาด้วยยาแก้ปวด หรือหากหนักต้องผ่าตัดต้องใช้หมอที่เชี่ยวชาญ ซึ่งธนาคารออมสินจะนำคำร้อง และความทุกข์ของสมาชิกไปพิจารณาแก้ไขให้ตรงจุด และใช้เวลาพิจารณาคัดกรองอย่างเป็นระบบ และจะแจ้งให้สมาชิกรับทราบต่อไป
ดังนั้น ความหวังของสมาชิก ชพค. และสมาพันธ์ข้าราชการบำนาญ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลุ่ม 4 จังหวัด ที่นำร่องยื่นคำร้องต่อธนาคารออมสิน ภาค 12 ครั้งนี้ จะบรรลุตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ต้องรอคำตอบจากผู้บริหารธนาคารออมสินส่วนกลาง และนโยบายของ สำนัก สกสค. ซึ่งเป็นคู่สัญญาของโครงการ ชพค. ที่ตั้งเป้าหมายเพื่อสร้างสวัสดิการให้กับข้าราชการครูและสมาชิก ชพค.ทั่วประเทศ
ขอขอบคุณสมาชิกสมาพันธ์ข้าราชการบำนาญ อุบลราชธานี/ยโสธร/อำนาจเจริญ/ศรีสะเกษ ที่รวมพลังกันเพื่อช่วยเหลือดูแลสมาชิก ชพค. ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสมาชิกทั่วประเทศอีกด้วย
สำหรับประเด็นต่อเนื่องที่สมาพันธ์และข้าราชการบำนาญกำลังประสบปัญหา และมีเสียงสะท้อนตามมา พอสรุป ดังนี้
@ สาระสำคัญที่สมาชิกขอให้ธนาคารออมสิน และ สกสค. ทบทวนและแก้ไขปัญหาที่สัญญาไม่เป็นธรรมกับสมาชิก ชพค. ที่กู้เงินในโครงการต่างๆ คือ
1. การเสียค่าประกันสินเชื่อวงเงินกู้ (หากสมาชิกชำระเงินต้นต่ำกว่าเงินสวัสดิการ ชพค. ชพส.) จำนวน 1,200,000 บาท ควรใช้วงเงินสวัสดิการค้ำประกันแทนการชำระประกันรายปี
2. ยกเลิกในสัญญา ไม่ต้องมีบุคคลค้ำประกัน เพราะเงินสวัสดิการ 1,200,000 บาท ครอบคลุม และใช้หนี้ธนาคารออมสินได้อยู่แล้ว
3. สมาชิก ชพค. ที่ส่งชำระหนี้อย่างสม่ำเสมอ จนเงินต้นเหลือน้อยกว่าวงเงินสวัสดิการ ชพค. และ ชพส. นับเป็นลูกค้าชั้นดี จึงไม่จำเป็นต้องชำระเบี้ยประกันอีก และไม่ควรมีบุคคลค้ำประกันให้มีปัญหาและภาระซ้ำซ้อน
4. ธนาคารออมสินทุกแห่ง ควรจัดระดับสมาชิก ชพค. เช่น สมาชิกที่ส่งชำระหนี้จนเงินต้นลดลงเกินครึ่งของวงเงินกู้ ลดอัตราดอกเบี้ย ไม่ต้องมีบุคคลค้ำประกัน และไม่ต้องชำระค่าประกันสินเชื่อ คือ การช่วยเหลืออย่างแท้จริง
5. สมาชิกผู้ค้ำประกัน จำนวนมาก กำลังได้รับผลกระทบจากผู้กู้ที่ผิดนัดหรือไม่มีกำลังใช้หนี้ และธนาคารไล่ฟ้องเรียกเก็บหนี้จากคนค้ำ รวมไปถึงการยึดทรัพย์สินของผู้ค้ำประกัน ขอให้ธนาคารเยียวยาผู้กู้ให้สามารถชำระหนี้ได้
6. ธนาคารออมสินทุกแห่ง ทุกจังหวัด ควรประกาศให้สมาชิกทราบและจัดระดับออกเป็น 3 กลุ่ม คือ ระดับสีเขียว สมาชิกใช้หนี้ปกติและเงินต้นคงเหลือน้อยกว่าวงเงินสวัสดิการ ชพค. ชพส. นับเป็นลูกค้าชั้นหนึ่ง ระดับสีเหลือง สมาชิกชำระหนี้ และมีความเสี่ยงมาก จำเป็นต้องเยียวยาให้สามารถชำระหนี้ครบตามสัญญา และกลุ่มสีแดง คือ สมาชิกที่ประสบปัญหา คือ ผู้กู้ชำระหนี้ปกติ แต่บุคคลค้ำประกันไม่ชำระหนี้ตามกำหนด หรือผู้กู้และผู้ค้ำประกันมีปัญหาพร้อมกัน ซึ่งกำลังจะตายหมู่
7. ขอให้ธนาคารออมสินกำหนดมาตรการ และแนวทางแก้ปัญหาให้สมาชก ชพค. นับแสนคน มีทางเลือกและเป็นสวัสดิการในชีวิตของข้าราชการบำนาญ อย่าปล่อยให้สมาชิกไปขึ้นศาล หรือสมาชิกต้องถูกยึดทรัพยสินขายใช้หนี้ที่มาจากสวัสดิการ
จากเสียงสะท้อนของสมาชิก ชพค. ซึ่งเป็นข้าราชการบำนาญทั่วประเทศ กว่า 2 แสนคน และมีจำนวนมาก มีความเดือดร้อน และได้รับเอกสารทวงหนี้ และให้เร่งรัดผู้กู้ เร่งรัดผู้ค้ำประกันไปชำระหนี้แทน ซึ่งสมาชิกบางรายคิดสั้น เป็นข่าวเศร้าสลดใจปรากฏทางสื่อมวลชน
สมาพันธ์ข้าราชการบำนาญ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (4 จังหวัด คือ อุบลราชธานี/ยโสธร/อำนาจเจริญ/ศรีสะเกษ) ซึ่งเป็นสมาชิก ชพค. กู้เงินธนาคารออมสิน จำนวนกว่า 700 ราย ได้ยื่นคำร้องและมอบเอกสารให้ธนาคารออมสิน ภาค 12 อุบลราชธานี เพื่อพิจารณาและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาเยียวยาสมาชิกตามเงื่อนไข ซึ่งมีหลายระดับ นับเป็นสมาชิกกลุ่มแรกๆ ที่ประสบปัญหาและหาทางออกร่วมกัน
ทั้งนี้ โดยมี ดร.เทียนไท คำล้าน ผู้อำนวยการสำนักงาน สกสค. จังหวัดอุบลราชธานี ร่วมประชุมและรับทราบปัญหา ซึ่งพร้อมจะประสานธนาคารออมสินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือสมาชิกทุกกลุ่มอย่างเป็นระบบต่อไป
@ พลังในการขับเคลื่อน โดยคณะอนุกรรมการสมาพันธ์ข้าราราชการบำนาญประจำจังหวัดอุบลราชธานี ประกอบด้วย / 1 ดร.ผัน ชมพูศรี ประธาน / 2 นายอนุชา กัลยา รองประธานคนที่ 1 / 3 นายประจักษ์ ธรรมราช รองประธานคนที่ 2 / 4 นางพวงเพชร บุตรตรี รองประธานคนที่ 3 / 5 นางวรินธร พิมพ์บุญมา รองประธานคนที่ 4 / 6 นายสมเกียรติ จันทิมาศ ฝ่ายทะเบียน 7 นางสุปรียา เจริญชัย ผู้ช่วยฝ่ายทะเบียน / 8 นางเอมอร อุทธา เหรัญญิก / 9 นางอุ่นเรือน เกตเยี่ยม ผู้ช่วยเหรัญญิก / 10 นายพิษณุ ภูมิภาค หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย / 11 นางสุริพร ศุภดล เลขานุการ / 12 นางจันทรา ชมพูศรี ผู้ช่วยเลขา / 13 นางเพชรศรี พิมพ์แล้ว ผู้ช่วยเลขา
บทบาทหน้าที่ คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้ง ปฏิบัติงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสมาพันธ์หรือตามที่คณะกรรมการสมาพันธ์ข้าราชการข้าราชการบำนาญภาคตะวันออกเฉียงเหนือมอบหมาย ให้ราบรื่นและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายทุกประการ
……..
- ปัญญา แพงเหล่า / รายงาน
9 กรกฎาคม 2569
#โอเคอีสานOnline #ข้อมูลข่าวสารเพื่อบ้านเรา