สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ติดตามงานวิจัยลดฝุ่นภาคเหนือ ขับเคลื่อนแผนงาน “ประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5”

   เมื่อ : 09 ก.พ. 2569

          เมื่อวันที่ 4 - 5 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานความก้าวหน้าของการขับเคลื่อนแผนงานเป้าหมายสำคัญ เรื่อง “ประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5 (เป้าหมาย 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน)” นำโดย ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธาน PC แผนงานประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5 ดร.เจน ชาญณรงค์ กรรมการ PC และนายประลอง ดำรงค์ไทย ผู้อำนวยการแผนงานประเทศไทยประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5

          ในการนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย ดร.ยุพิน เลิศบุรุษ ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมร่วมลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้า ณ จังหวัดน่านและจังหวัดแพร่ 

          คณะได้ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการ “การพัฒนาเครือข่ายชุมชนการจัดการวัสดุเศษเหลือทางการเกษตรเพื่อลดจุดความร้อน (Hot Spot) และฝุ่นละออง PM2.5 ในจังหวัดน่าน” โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกชัย ดวงใจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน หัวหน้าโครงการ นำเสนอภาพรวมผลการดำเนินงาน ซึ่งเน้นการพัฒนาเครือข่ายชุมชนปลอดการเผาผ่านการใช้วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร เช่น ซังข้าวโพด ฟาง มูลสัตว์ มาผลิตปุ๋ยอิทรีย์และการเพาะเห็ด รวมถึงการส่งเสริมพืชเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างถั่วลิสงหลายเสือและการผลิตอาหารสัตว์น้ำ เสริมด้วยแนวคิดเศรษฐกิจ BCG เพื่อสร้างรายได้ ลดจุดความร้อน และบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 ให้กับชุมชนและเกษตรกรที่เข้าร่วมปรับเปลี่ยนระบบลดการปลูกข้าวโพด-ลดการเผา ณ ตำบลขึ่ง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน 

          พร้อมกันนี้ ยังได้ติดตามความก้าวหน้าโครงการ “โครงการลด PM2.5 โดยการสร้างรายได้จากสินค้านวัตกรรมแปรรูปจากชีวมวลข้าวโพด” โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สนอง เอกสิทธิ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้าโครงการ ซึ่งได้ขับเคลื่อนกิจกรรมหลักจำนวน 6 กิจกรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้จากสินค้านวัตกรรมแปรรูปจากชีวมวลข้าวโพด ได้แก่ การผลิตแท่งชีวมวลเพื่อทำไบโอชาร์, วัสดุซีเมนต์ตรึงคาร์บอนผสมไบโอชาร์, ผลิตภัณฑ์ปุ๋ยและฮอร์โมนพืชจากไบโอชาร์, การผลิตพลังงานและวัสดุชีวภาพเพื่อลด PM2.5, การเพิ่มอินทรียวัตถุในดินด้วยการเร่งการย่อยสลายชีวมวล และการจัดทำแผนธุรกิจผลิตภัณฑ์ชุมชนจากชีวมวลข้าวโพด 

          ต่อมา เป็นการลงพื้นที่ติดตามโครงการ “การเพิ่มประสิทธิภาพการเกษตรอย่างยั่งยืน: การจัดการแปลงแบบไม่เผาและการเพิ่มมูลค่าผ่านการปลูกถั่วลิสงหลังนา การผลิตอาหารโคเนื้อ และการผลิตถ่านชีวภาพจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร” ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดลำปาง แพร่ พะเยา และน่าน โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วิรัตน์ วาณิชย์ศรีรัตนา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหน้าโครงการ ซึ่งโครงการได้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าและสะท้อนผลลัพธ์เชิงรูปธรรมของการเปลี่ยนเศษวัสดุทางการเกษตรที่เคยถูกเผา ให้กลายเป็นทรัพยากรและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืน ได้แก่ เมล็ดพันธุ์ถั่วลิงสง อาหารสัตว์ TMR และถ่านชีวภาพ ภายในงานได้มีการบรรยายและเสวนาการจัดการชีวมวลข้าวโพดด้วยการผลิตอาหารสัตว์และถ่านชีวภาพ พร้อมทั้งเปิดเวทีรับฟังข้อคิดเห็นจากหน่วยงานฟังก์ชั่น หน่วยงานภาคี ผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

          ทั้งนี้ การลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าในครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของ วช. ในการนำนวัตกรรมและองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและการยกระดับรายได้ของเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาเชิงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายผลสู่การใช้ประโยชน์ในวงกว้าง และร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5 อย่างยั่งยืน